Follow

Show

ผุดศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่อีวี

ส.ยานยนต์เสริมเขี้ยวผู้ผลิต-SMEไทย
         
เปิดยุทธศาสตร์สถาบันยานยนต์เร่งเสริมเขี้ยวอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หลัง สมอ.เจียดงบฯ 170 ล้าน ผุดศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่อีวี รถยนต์จักรยานยนต์ คาดพร้อมเปิดดำเนินการไตรมาส 3 ปีหน้า พร้อมของบฯช่วยเหลือฉุกเฉินโควิด เร่งพัฒนาทักษะแรงงาน-เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เอสเอ็มอีไทย
         
นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ผู้อำนวย การสถาบันยานยนต์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงแผนดำเนินงานปีนี้ว่า สถาบันยานยนต์ได้ลงทุนสร้างอาคารทดสอบแบตเตอรี่ไฟฟ้า มูลค่า 90 ล้านบาท ภายในบริเวณสนามทดสอบยางล้อ ตามมาตรฐาน UN R117 อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อให้บริการทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และยางล้อตามมาตรฐานสากล ซึ่งคาดจะ สามารถเปิดให้บริการในเฟสแรกในช่วงปลายปี 2563 นี้
         
ส่วนศูนย์ทดสอบยางล้อที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์ ภายในกรอบวงเงิน 3,705.7 ล้านบาท บนพื้นที่ 1,235 ไร่ จะพร้อมเปิดดำเนินการล่าช้ากว่ากำหนดเดิมเล็กน้อยจากเดือนสิงหาคม ออกไปอีก 2-3 เดือนนี้ จะสอดรับกับช่วงระยะเวลาที่ สมอ.อนุมัติงบประมาณมูลค่าเกือบ 170 ล้านบาท ให้สถาบันยานยนต์จัดซื้อเครื่องมือทดสอบตามมาตรฐาน R100 ตามมาตรฐานคามปลอดภัยแบตเตอรี่รถยนต์ และ R10036 มาตรฐานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นงบประมาณของปี 2562 และ 2563
         
สำหรับงบประมาณของปี 2562 ได้รับอนุมัติจำนวน 5 เครื่อง มูลค่า 80 ล้านบาท และงบประมาณของปี 2563 อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอีก 4 เครื่อง มูลค่า 139 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รับเครื่องมือทดสอบราวกลางปี 2564 ซึ่งเมื่อได้เครื่องมือครบ 9 เครื่อง และอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์อีก 37 ล้านบาท โดยสถาบันยานยนต์จะสามารถทดสอบรถยนต์จักรยานยนต์ ตามมาตรฐานความปลอดภัยของแบตเตอรี่รถยนต์จักรยานยนต์ไฟฟ้า ในไตรมาส 3 หรือ 4 ของปี 2564 อย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับ สมอ.ที่จะประกาศมาตรฐานการบังคับเพื่อให้ผู้ผลิตมาใช้บริการยังศูนย์ทดสอบแห่งนี้
         
"ตอนนี้เราต้องรอเครื่องทดสอบให้ครบจำนวน 9 เครื่อง จึงจะสามารถดำเนินการได้ แต่เนื่องจากงบประมาณในการสนับสนุนไม่ได้ได้มาก้อนเดียว ก็อาจจะเป็นผลดีกับสถาบันยานยนต์เพราะจะได้มีเวลาในการศึกษา ทดสอบและเตรียมคน"
         
สำหรับแนวโน้มของอุตสาหกรรม ยานยนต์ หลังจากต้องเผชิญกับโควิด-19 นั้น ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผล กระทบอย่างรุนแรง รวมทั้งอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทำให้ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อย่างชัดเจน และหากสถานการณ์สามารถฟื้นตัวได้เร็ว คาดว่าจะมีการผลิตอยู่ราว 1.4 ล้านคัน
         
แบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 700,000 คัน และผลิตเพื่อส่งออก 700,000 คัน หรือหากสถานการณ์หนักกว่า ยอดผลิตอาจจะลงไปอยู่ที่ 1 ล้านคัน ก็มีความเป็นไปได้
         
ส่วนมาตรการความเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ สถาบันได้เปิดหลักสูตร เพื่ออบรมฟรีบุคลากรในอุตสาหกรรม ยานยนต์ โดยพยายามจัดหาหลักสูตร เพื่อช่วยในเรื่องการปรับปรุงการผลิต การเทรนนิ่งออนไลน์ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับพนักงานในไลน์ผลิตเป็นแบบทดสอบทางออนไลน์ เปิดให้ใช้ฟรี ลดค่าใช้จ่ายในการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ
         
นอกจากนี้ ในส่วนของการขอรับ งบประมาณช่วยเหลือฉุกเฉิน 400,000 ล้านบาท สถาบันยานยนต์ได้จัดทำโครงการเสนอผ่านกระทรวงอุตสาหกรรม 3 โครงการ มูลค่า 70 ล้านบาท ได้แก่ 1.การวิเคราะห์กระบวนการผลิต การนำโรบอตมาแทนคน เนื่องจากไม่แน่ใจว่าหลังจากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทักษะแรงงานจะเหมือนเดิมหรือไม่ รวมทั้งการที่มีคนใกล้ชิดกันอาจจะเกิดการระบาดรอบ 2
         
2.การพัฒนาเอ็สเอ็มอีที่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 1,800 กว่าราย โดยตั้งเป้าจะจัดการอบรมให้กับบุคลากรส่วนนี้ 1,200 คน หรือ 40 โรงงาน 3.การจัดรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เพื่อจัดทำเป็นบิ๊กดาต้ามาใช้ในการวิเคราะห์ และทำให้ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างรอกระทรวงอุตสาหกรรมนำเสนอไปยังรัฐบาลด้วย

ที่มา: นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 25 - 28 มิ.ย. 2563




 
เพิ่มเติม