Follow

Show

Positive and Creative Thinking for Excellence

หลักสูตรคิดบวกเชิงสร้างสรรค์
(Positive and Creative Thinking for Excellence)

หลักการและเหตุผล
     หลักสูตร ฝึกอบรม Creative and Positive Attitude for Excellence ทัศนคติบวกเชิงสร้างสรรค์นี้ขึ้นเพื่อให้ท่านหรือบุคลากรในองค์กรของท่านเกิดความเชื่อมั่น ความศรัทธา เล็งเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น เป็นผู้มีจิตใจเบิกบาน มีความสุขและสร้างความสุขให้คนรอบข้าง มีจิตใจรักการทำงาน มีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางของชีวิตและมีจิตใจห้าวหาญและปรารถนาพิชิตความสำเร็จที่สูงขึ้น

เนื้อหาหลักสูตร
เวลา 09.00 – 16.00 น.
    ช่วงที่ 1
  1. กรณีศึกษา: อิทธิพลของทัศนคติบวกเชิงสร้างสรรค์ต่อความสำเร็จระดับโลก
  2. คุณสมบัติ 9 ประการของผู้มีทัศนคติบวกเชิงสร้างสรรค์
  3. กิจกรรม: The Idol and Strength
  4. ช่วงที่ 2
  5. แผนที่ชีวิต เข็มทิศสู่ความรุ่งโรจน์
  6. กิจกรรม: ขั้นตอนการจัดทำ Road Map for Success
  7. ช่วงที่ 3
  8. การรับมือกับปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงชีวิต
  9. กิจกรรม: Internalization from Past to Future
  10. กิจกรรม: ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย เพื่อละทิ้งพฤติกรรมที่ขัดขวางความก้าวหน้า
  11. ช่วงที่ 4
  12. ประโยชน์ของทัศนคติบวกเชิงสร้างสรรค์ต่อตนเอง ครอบครัวและองค์กร
  13. กิจกรรม: คุณค่า ความรัก ความภาคภูมิใจ
  14. Q/A
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ผู้เข้าอบรมเป็นผู้มีทัศนคติบวกเชิงสร้างสรรค์ เล็งเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น
  2. ผู้เข้าอบรมมีความสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติในการมองด้านบวก เพื่อให้เกิดผลดีต่อการทำงานของตนเอง ครอบครัว และองค์กร
  3. ผู้เข้าอบรมเลือกใช้ทัศนคติที่ถูกต้องในการจัดการกับอุปสรรค ปัญหา
  4. ผู้เข้าอบรมมีแรงบันดาลใจ มีแผนที่ชีวิตที่ชัดเจน เกิดเป็นความมุ่งมั่นในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย
  5. ผู้เข้าอบรมเป็นผู้มีความสุขในการใช้ชีวิตส่วนตัว ครอบครัวและการทำงานชีวิตก้าวไปอย่างรุ่งเรือง
Positive Thinking
  1. การพัฒนาความคิดเชิงบวก
    • คนต่างกันที่ระบบความคิด การมองโลกแง่บวก/ลบ สู้หรือไม่สู้
    • อาจล้มลุกคลุกคลาน ประสบวิกฤต
    • ทุกอย่างต้องเริ่มที่ Positive Thinking
  2. การปรับความคิดในเชิงสีเทา
    • ระวังกับดัก คืออยู่ในกรอบการมองว่า ดำ หรือ ขาว ด้านเดียว
    • ไม่มองสิ่งต่าง ๆ เพียงด้านเดียว
    • สร้างพลังในความมืด เพื่อเก็บแรงรอรับความสว่างวันรุ่งขึ้น
    • ช่วงวิกฤต มีโอกาส
    • ช่วงรุ่งโรจน์ มีโอกาสร่วง (เปรียบคนยามรุ่งเรือง ยิ่งใหญ่ จงอย่าผยอง )
    • อย่าจองจำตัวเองอยู่กับกรอบความคิดหรืออะไรสักอย่างจนไม่รับรู้สิ่งใหม่
    • ต้องดูสิ่งดี ๆ ที่ตัวเองมี แต่อาจเหมือนหลอกตัวเอง ดังนั้น วิธีที่ทำให้ตัวเองดูดี ก็คือ หมั่นหาสิ่งดี ๆ เข้าตัว เช่น เรียนรู้ หาความรู้ใส่ตัว มีคุณค่า นั่นก็คือ ต้องมีวิสัยทัศน์
    • ศึกษาถึงจุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเรา
  3. ความขัดแย้งระหว่างเป้าหมายและแนวทาง (conflicting of means and ends)
    • แนวทาง (Means)…………… > Strategic Gap < …………… เป้าหมาย (Goal)
  4. มีวิสัยทัศน์ รู้จัก SWOT
    • รู้โลกแห่งการเปลี่ยนแปลง(จะได้วิเคราะห์ถุก)
    • มีข้อมูลและองค์ความรู้(อะไรที่ต้องรู้ ต้องหมั่นแสวงหา) อย่า Underestimate หรือ Overestimate
    • มีความรู้และความชำนาญในวิชาชีพ
      • ทำหน้าที่ของตัวเองและวิชาชีพให้ลึกซึ้งและดียิ่ง ๆ ขึ้น
      • ปรับปรุงตัวเองอย่างต่อเนื่อง
      • สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเองทุกวัน
      ยิ่งทำยิ่งชำนาญ>>> ถ้าชอบและรักมัน>>>แม้บางครั้งอาจใช้เวลานานก็ตาม อย่าคิดว่าตัวเองโหลยโท่ย>>อย่าท้อแท้>>ต้องขยันกว่าเก่า นี่คือคำว่า Professionalism >>>ต้องImprove ตลอดเวลา ต้องรู้จักถามตัวเองว่า “วันนี้เราดีกว่าเมื่อ วานหรือไม่”
    • สร้างสังคมให้เป็นพวกเดียวกับเรา
    • ตัวเรา>>ครอบครัว>>ที่ทำงาน>>ชุมชน>>ประเทศ>>สังคมโลก
  5. มีความยุติธรรมกับสังคม(ดุลยภาพระหว่างตัวเรากับสังคม)
    • ความดีเท่ากับยุติธรรมเท่ากับจริยธรรม
    • จงทำกับคนอื่นในสิ่งที่อยากให้คนอื่นทำกับเรา
    • จงหลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ กับคนอื่นในสิ่งที่ไม่อยากให้คนอื่นทำกับเราตัวอย่างเช่น การทำให้สิ่งแวดล้อมเสีย ทิ้งของเสียสู่ชุมชน (มี Negative Thinking)ทำให้ชุมชนเดือดร้อน หากเป็นเรา เราก็ไม่อยากถูกกระทำแบบนี้เช่นกัน
  6. มีความยุติธรรมกับตัวเอง(ดุลยภาพกับตัวเอง)
    • ดุลยภาพระหว่างการทำงานกับการออกกำลังกาย
    • ดุลยภาพระหว่างการใฝ่หาวัตถุและจิตใจ
    • ดุลยภาพระหว่างทางโลกและทางธรรม
ระยะเวลาการอบรม  จำนวน 1 วัน