Follow

Show

Warehouse Management and Inventory Control for Industry 4.0

หลักสูตรการจัดการคลังสินค้าและควบคุมสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ ยุค 4.0
(Warehouse Management and Inventory Control for Industry 4.0)

หลักการและเหตุผล
     การจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) เป็นการจัดการในการรับ การตรวจสอบและตรวจนับ การจัดเก็บสินค้าและวัตถุดิบได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องในส่วนขาเข้า (inbound) รวมถึง การหยิบสินค้า ตรวจสอบ และจัดส่งสินค้าให้ผู้รับเพื่อกิจกรรมการขายตามคำสั่งซื้อของลูกค้าในส่วนขาออก (Outbound) เป้าหมายหลักในการบริหารและดำเนินการจัดการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคลังสินค้าก็เพื่อให้เกิดระบบที่ดี มีประสิทธิภาพและคุ้มกับการลงทุน รวมถึงการควบคุมคุณภาพของการเก็บ การหยิบสินค้าได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย การป้องกันและลดการสูญเสียจากการดำเนินงานเพื่อให้ต้นทุนการดำเนินงานต่ำที่สุด เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า และการใช้ประโยชน์เต็มที่จากพื้นที่คลังสินค้า การจัดการคลังสินค้าจึงนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งในโซ่อุปทาน
     การควบคุมสินค้าคงคลัง (Inventory Control) สินค้าคงคลังมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความสมดุลในซัพพลายเชน เพื่อให้ระดับสินค้าคงคลังต่ำสุด โดยไม่กระทบต่อระดับการให้บริการ โดยปัจจัยนำเข้าของกระบวนการผลิตที่มีความสำคัญอย่างยิ่งคือ วัตถุดิบ ชิ้นส่วนและวัสดุต่างๆ ที่เรียกรวมกันว่าสินค้าคงคลัง ต้นทุนสินค้าคงคลังเป็นต้นทุนการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนั้นการจัดการสินค้าคงคลังมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ที่สามารถมีสินค้าคงคลังบริการลูกค้าในปริมาณที่เพียงพอ และทันต่อการความต้องการของลูกค้าเสมอ เพื่อสร้างยอดขายและรักษาระดับของส่วนแบ่งตลาดไว้โดยสามารถลดระดับการลงทุนในสินค้าคงคลังต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงด้วย
     ดังนั้นการจัดการคลังสินค้าและการควบคุมสินค้าคงคลังจึงเป็นสิ่งจำเป็นและต้องทำร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสามารถป้อนวัตถุดิบให้กับสายการผลิตได้อย่างต่อเนื่องเพื่อผลิตและส่งมอบสินค้าได้ทันตามเป้าหมายที่กำหนด ในขณะที่คลังสินค้ามีปริมาณสินค้าวัตถุดิบในจำนวนที่เหมาะสม ไม่มากและน้อยจนเกินไปจนทำให้เกิดปัญหาด้านการผลิตซึ่งจะทำให้ต้นทุนการจัดเก็บสินค้าคงคลังต่ำอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ผลดำเนินการทางธุรกิจดีขึ้น พนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีกำไรมากขึ้น สามารถผลิตสินค้าได้รวดเร็วและเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่คลังสินค้าขนาดใหญ่อีกต่อไป รวมถึงปัญหาการดำเนินการต่างๆภายในคลังสินค้าลดลง ยิ่งกว่านั้นโลกธุรกิจในยุคต่อไปนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และจะยิ่งเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคตจนเราอาจตามไม่ทันก็ได้ โดยเฉพาะกับธุรกิจที่เข้าสู่รูปแบบที่เรียกว่า Digital Platform ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้เทคโนโลยี Internet ในการผลักดันธุรกิจให้เติบโตรวมถึงการปรับ Business Model ให้สอดคล้องกับการเติบโตที่รวดเร็วในยุค 5G ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้

วัตถุประสงค์
  1. เพื่อสามารถบริหารจัดการคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถควบคุมและเพิ่มความรวดเร็วในการการทำกิจกรรมต่างๆภายในคลังสินค้า
  2. เพื่อลดต้นทุนและพื้นที่การจัดการปริมาณสินค้าคงคลังจำนวนมาก
  3. เพื่อสามารถจัดเก็บสินค้าหรือวัตถุดิบได้อย่างเหมาะสมตามปริมาณที่ลูกค้าต้องการ
  4. เพื่อสามารถทราบข้อมูลสินค้าคงคลังได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และครบถ้วน เพื่อนำไปวิเคราะห์และพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
  5. เพื่อเพิ่มรอบการหมุนเวียนของสินค้าคงคลังได้มากขึ้น สามารถจัดเก็บสินค้าได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่คลังสินค้า
  6. เพื่อเรียนรู้และเข้าใจในเทคโนโลยีสมัยใหม่ในอุตสาหกรรมยุค 4.0 ได้อย่างแท้จริง
  7. IoT (Internet of Things) อินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง กับการจัดการคลังสินค้าและควบคุมสินค้าคงคลัง
เนื้อหาของหลักสูตร
  1. การบริหารจัดการกิจกรรมต่างๆในคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
    • การบริหารจัดการกิจกรรมต่างๆในคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
    • การจัดพื้นที่คลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ การวางผังของคลังสินค้าและการจัดการการไหล/การเคลื่อนไหวของสินค้าอย่างรวดเร็ว
    • ตรวจนับสินค้าและเทคนิคการดำเนินงาน (Cycle Count Inventory)
    • ดัชนีวัดประสิทธิภาพการทำงานของคลังสินค้า
    • การวัดผลการปฏิบัติงานของคลังสินค้า
    • เทคนิคด้านคลังสินค้าที่ควรรู้
    • ตัวอย่าง & การเก็บข้อมูลเพื่อประเมินผลตาม KPIs
  2. การควบคุมสินค้าคงคลังอย่างมืออาชีพ
    • การจัดการและบริหารต้นทุนสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ
    • วิธีการควบคุมปริมาณสินค้าคงคลังให้ลดลงอย่างเหมาะสม
    • Economic Order Quantity (EOQ) การสั่งซื้อที่ประหยัด
    • การกำหนดค่า Safety Stock และรอบการสั่งซื้อที่เหมาะสม
    • การพยากรณ์ความต้องการสินค้าของลูกค้า (Customer Demand Forecasting)
    • การลดต้นทุนด้านการจัดซื้อและจัดหาแบบ Lean (Lean Purchasing & Procurement)
  3. การแบ่งกลุ่มสินค้าคงคลังแบบ ABC
    • การแบ่งกลุ่มสินค้าตามหลักการ Pareto
    • การตรวจนับสินค้าตามรอบระยะเวลา
    • การกำหนดปริมาณสินค้าคงคลัง Type A, B และ C
    • การวางแผนการลดปริมาณสินค้าคง
  4. เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการคลังสินค้า
    • การใช้ Barcode & RFID ในการบ่งบอกสินค้า
    • การใช้ระบบ WMS (Warehouse Management System)
    • เพิ่มความชาญฉลาดในการจัดการคลังสินค้าและการจัดการสินค้าคงคลังด้วยเทคโนโลยี IoT
    • เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าไปยังลูกค้าปลายทางด้วยระบบ IoT
  5. กรณีศึกษา การลดต้นทุนการดำเนินงานคลังสินค้าอย่างได้ผล
    • การใช้ระบบ Pick face เพื่อการหยิบสินค้า
    • การใช้ระบบ Lean Warehousing กับการบริหารจัดการคลังสินค้า

วิธีการอบรม
การบรรยาย การฝึกปฏิบัติ และร่วมอภิปราย

กลุ่มเป้าหมาย
ผู้จัดการโรงงาน/ ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ฝ่ายผลิต ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า วิศวกร

ระยะเวลาการอบรม  จำนวน 1 วัน